นี่คือบทวิเคราะห์สาย Player Analysis ของ "ราฟาเอล วาราน" กับการเข้ามาอยู่ในทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ว่าสไตล์การเล่น และการนำมาเขามาใช้งานนั้น มีจุดแข็งและข้อดีอย่างไรบ้าง และนี่คือคำตอบที่จะเข้ามาสร้าง "คู่หูกำแพงไร้เทียมทาน" ให้เกิดขึ้นที่โอลด์แทรฟฟอร์ด

ในที่สุดก็จะได้เวลาเปิดตัวนักเตะคนสำคัญรายใหม่ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอย่าง “ราฟาเอล วาราน” ที่นำเข้ามาจากราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวราว 42.7 ล้านปอนด์ตามข่าว หลังจากที่แลนดิ้งแมนเชสเตอร์ตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนนี้ครบกำหนด5วันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วารานจึงเดินทางมาที่แคริงตันเพื่อตรวจร่างกาย และกำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้

ทุกอย่างไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และมีแนวโน้มที่วารานจะมีโอกาสลงซ้อมกับเพื่อนในเซสชั่นวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเกมเจอลีดส์ ยูไนเต็ด ในนัดเปิดสนาม ซึ่งวารานอาจจะยังไม่ได้ลงทันที แต่เชื่อว่าน่าจะมีชื่อติดทีมด้วย

มีคำถามมากมายที่เกิดขึ้นมาเกี่ยวกับกองหลังรายนี้ว่า ราฟาเอล วาราน เป็นกองหลังประเภทไหน มีจุดอ่อนจุดแข็งยังไงบ้างในภาคการเล่น และทักษะฝีเท้าเฉพาะตัว รวมถึงในแง่ของแทคติกว่า วารานจะสามารถส่งลงมาเล่นในแผนไหน ด้วยแทคติกการเล่นรูปแบบใดบ้าง

บทความนี้จะสรุปมาให้อ่านกันแบบคร่าวๆทีละประเด็น เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ทำไมเราจึงได้คิดว่า การเข้ามาของ ราฟาเอล วาราน จะสร้างแนวรับที่แข็งแกร่งในการจับคู่กับตัวหลักอย่าง แฮรี่ แมกไกวร์ และสร้างคู่หู “กำแพงไร้เทียมทาน” (Invincible Wall) ขึ้นมาได้สำเร็จ ด้วยเหตุผลหลายๆประการ

รายละเอียดภาควิเคราะห์มีอะไรบ้างไปดูกัน



1.ข้อมูลทั่วไป


Raphaël Varane

อายุ : 28 ปี

สัญชาติ : ฝรั่งเศส

ส่วนสูง : 191 cm / น้ำหนัก : 83 kg

เท้าข้างถนัด : ขวา

ตำแหน่งหลัก : Centre-Back

ตำแหน่งอื่นๆ : —

2.สไตล์การเล่น

ถ้าให้จำกัดความสไตล์การเล่นของวารานนั้น พอจะระบุคร่าวๆได้ว่าเขาเป็น “กองหลังตัวหยุดเกมรุกของคู่แข่ง” เป็นหลัก มีความโดดเด่นในเรื่องของเกมรับเน้นๆ สามารถเรียกได้ว่าเป็นกองหลังสาย No-nonsense Defender ก็เรียกได้ คือเน้นเคลียร์เกมรุกของคู่ต่อสู้ให้พ้นจากพื้นที่อันตรายเป็นหลัก

เมื่อเป็นเช่นนี้หมายความว่า การเข้ามาของวารานจะช่วยให้เกมรับของแมนยูไนเต็ดแข็งแกร่งขึ้น และจะช่วยลดโอกาสการเสียประตูจากการบุกของคู่แข่งได้มากขึ้น จากปัญหาซีซั่นก่อนที่ก็ถือว่าเกมรับบางครั้งมีปัญหาในเกมสำคัญๆจนทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนมาเยอะ ปีนี้น่าจะลดอาการปวดตับของแฟนบอลได้มาก หากว่ามีผู้เล่นที่มีความแน่นอนในการเล่นสูงเช่นเขา

อาจมีคำถามว่า แบบวารานนี่สามารถเรียกว่าเป็นตัว Stopper ได้หรือไม่? ก็ต้องบอกว่าบางส่วนในการเล่นก็มีความเป็น Stopper ในแง่ที่จะเข้าไปหยุดเกมรุกของคู่แข่งเหมือนกัน เพียงแต่ต้องเข้าใจว่า ราฟาเอล วาราน ไม่ใช่กองหลังที่เน้นการใช้พละกำลัง หรือเข้าไปบวกปะทะด้วยร่างกายโดยตรงเหมือนสต็อปเปอร์แท้ๆ และเขาไม่ใช่กองหลังที่อยู่ดีๆจะหุนหันวิ่งเข้าไปสกัดบอล หรือเข้าหาคู่แข่งทันที ซึ่งนั่นคือลักษณะนิสัยของสต็อปเปอร์ธรรมชาติ

แต่วารานไม่ใช่สต็อปเปอร์

เขาถนัดเล่นเกมรับด้วยการใช้ “การเคลื่อนที่” , “รักษาพื้นที่” และการ “อ่านจังหวะ” ของคู่แข่งเป็นหลัก

เนื่องจากตัวเขาเป็นกองหลังที่มีความคล่องแคล่ว และมี “ความเร็ว” อยู่ในตัวสูงมาก ดังนั้นวารานจะไม่ปักหลักยืนอยู่ด้านหลังเฉยๆ แต่สามารถโรมมิ่งออกมานอกพื้นที่ได้ เวลาที่มีตัวเป้าหมายครองบอลอยู่ บางครั้งอาจจะถ่างออกไปจับการกับคู่แข่งริมเส้นได้

เรียกง่ายๆว่า วารานจะแข็งแกร่งมากๆต่อ “เป้าเคลื่อนไหว” โดยเฉพาะที่เป็นพวกปีกหรือกองหน้าสายสปีดทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพวก Poacher หรือ Forward ต่างๆ วารานจะรับมือกับตัวพวกนี้ได้ดี และไม่สามารถผ่านเขาไปได้ง่ายๆ

เพราะนอกจากมีความเร็วแล้ว ความแม่นยำในการเข้าสกัดบอลก็สูง และสามารถเคลียร์บอลจากพื้นที่อันตรายได้เก่งมากๆ ทำให้หลังบ้านของแมนยูไนเต็ดจะปลอดภัยยิ่งกว่าเดิมหากว่าวารานลงสนามให้กับทีม

ความสามารถในการหยุดเกมรุกคู่แข่งของวารานนั้นก็ถือว่าครอบจักรวาลดีมากในแง่ของoverall เพราะนี่คือกองหลังที่เก่งทั้งการรับมือลูกกลางอากาศ และภาคพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นลูกจ่าย ลูกยิง การที่คู่แข่งพยายามจะเลี้ยงผ่านบนพื้น วารานแข็งแกร่งแบบสุดๆ ดีไม่ดีจะเข้าแม่นที่สุดในทีมด้วยซ้ำ

หรือจะเป็นลูกโด่ง วารานก็สามารถป้องกันบอลโยน บอลครอส และลูกกลางอากาศได้ ด้วยเรทความสามารถในการแย่งลูกโหม่งในเรทพอๆกับแฮรี่ แมกไกวร์เลยทีเดียว

วารานเล่นเกมรับได้ดีหมดทั้งสองมิติ เพราะฉะนั้นนี่คือกองหลังสายบาลานซ์ที่จะรับมือกับบอลทุกรูปแบบได้

และเท่านั้นยังไม่พอ การเล่นบอลในสนามไม่ได้มีแต่เพียงเกมรับ ด้านเกมรุกและภาคการเล่นในสนามของทีมเรานั้น วารานโดดเด่นในเรื่องของการตั้งบอลจากแดนหลัง เขาก็สามารถทำได้ ด้วยความแม่นยำในการจ่ายบอลที่ดีพอๆกับลินเดอเลิฟและแมกไกวร์ (บางแง่มุมดีกว่าสองคนนั้นซะอีก ซึ่งเดี๋ยวจะอธิบายในหัวข้อถัดๆไป)

นั่นแปลว่าเราก็จะยังคงเล่นด้วยการใช้ build-up play เล่นสั้นจากกองหลังได้เหมือนเดิม (play out of defense) ในยามที่ราฟาเอล วาราน ลงสนามเป็นกองหลังให้กับทีม

กองหลังที่มีการเล่นคล้ายๆวารานและเปรียบเทียบกันได้ : อูปาเมกาโน่ / คูลิบาลี่ / ลาปอร์กต์

3.จุดเด่นในการเล่น

3.1 การสกัดบอล (Interceptions)

ในบรรดาความสามารถทั้งหมดของราฟาเอล วาราน จุดที่เป็นจุดแข็งอันดับหนึ่งของเขา คือความสามารถในการเข้าสกัดบอลคู่แข่งที่ค่อนข้างแม่นยำมาก บอลคู่แข่งจะมาตาย และถูกหยุดอยู่ที่วาราน ด้วยสรีระร่างกาย 191cm กับระยะทำการในการเข้าสกัดค่อนข้างมาก จากขาที่ยาว ภาพที่จะเห็นเป็นประจำคือการล้มตัวลงกวาดด้วยขาขวาของวาราน ในการเคลียร์บอลจากการครอบครองของคู่ต่อสู้

อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้บ่อยมากๆจากวารานนั่นก็คือการเคลียร์บอลออกจากหน้าปากประตู ถือว่าเป็นจอมเคลียร์บอลคนนึงเลย จากการอ่านจังหวะเกมได้เก่ง และอยู่ป้องกันตำแหน่งสำคัญๆให้ทีมได้เสมอ

วารานจะเซฟประตูให้ทีมสวยๆได้ดูแน่นอน ข้อนี้รับประกันว่ามีแน่ๆ ดังที่เห็นในภาพนี้

หรือช็อตในตำนาน ช็อตนี้

เรื่องของเกมรับและการสกัดบอลนั้น เรื่องของปริมาณก็ค่อนข้างใกล้ๆกับแมกไกวร์ และ ลินเดอเลิฟ นั่นก็คือ เรอัล มาดริด ในปีที่ผ่านมา ต้องเล่นเกมรับเยอะใกล้ๆกับแมนยู มีตัวเลขเชิงสถิติดังนี้

Varane : Blocks 42 / Tackle 25 / Interception 36 / Clearance 146

Maguire : Blocks 45 / Tackle 30 / Interception 61 / Clearance 176

Lindelof : Blocks 40 / Tackle 26 / Interception 32 / Clearance 132

สิ่งนี้เป็นสถิติใน “เชิงปริมาณ” เท่านั้นว่า ในซีซั่นที่ผ่านมา จากการลงสนามทั้งหมดของแต่ละคน มีการเล่นเหล่านี้มากน้อยขนาดไหน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเล่นของทีม ว่าต้องเล่นเกมรับหรือโดนบุกมากน้อยเพียงใด

หากดูแบบผ่านๆก็สามารถตีความแบบคร่าวๆได้ว่า ปริมาณการเล่นเกมรับของวารานอยู่ในระดับที่เยอะกว่าลินเดอเลิฟเล็กน้อย แต่ยังเป็นรองปริมาณของแมกไกวร์อยู่

แต่ถ้าเป็นด้านคุณภาพของเกมรับและการสกัดบอลเหล่านี้ วารานถือว่าคุณภาพการเล่นดี อย่างเช่นการแทคเกิลตัววิ่ง (vs dribblers) เปอร์เซ็นต์ที่ตัวเลี้ยงบอลจะถูกแทคเกิลสำเร็จนั้นอยู่ที่ 57.1% เท่ากันระหว่าง วารานกับลินเดอเลิฟ ในขณะที่แมกไกวร์จะอ่อนเรื่องนี้หน่อย แทคเกิลตัวเลี้ยงสำเร็จอยู่ที่ 53.8%

3.2 ความเร็ว (Acceleration)

นี่คือจุดเด่นที่เป็นที่กล่าวขวัญกันเป็นอย่างมาก ในฐานะ “กองหลังสายสปีด” อีกหนึ่งคนที่มีความเร็วมากพอจะวิ่งไล่กวดกองหน้าความเร็วสูงของคู่แข่งได้ เป็นจุดเด่นของวารานที่จะเข้ามาเติมเต็มสิ่งที่แฮรี่ แมกไกวร์ ขาดอยู่พอดีในเรื่องของความเร็วและความคล่องตัว

แมกไกวร์มักจะมีปัญหาในการดวล 1 on 1 กับคู่ต่อสู้ที่มีความเร็วความคล่องสูง แต่วารานจะเข้ามาช่วยกัปตันในการรับมืออาวุธคู่แข่งในลักษณะนี้ได้สบายๆ

ถือว่านี่เป็นจุดแข็งที่ตัวหลักสองคนอย่าง ลินเดอเลิฟ กับ แมกไกวร์ มีไม่มากเท่าไหร่ แต่อีกคนหนึ่งในแมนยูไนเต็ดที่มีความเร็วแบบนี้ก็คือ “เอริค ไบญี่” ดังนั้นเรื่องของความเร็ว จึงเป็นมิติที่วารานกับไบญี่ มีร่วมเหมือนๆกัน

เรื่องความเร็วตรงนี้ ส่งผลให้ความสามารถในด้าน “การตามประกบคู่แข่ง” (Marking) ก็เป็นจุดเด่นมากๆของราฟาเอล วารานอีกเช่นกัน

ภาพด้านล่างนี้คงไม่ต้องอธิบายกันแล้วว่าใครเป็นใคร เวลาเจอคู่แข่งตัวจี๊ดๆไม่ใช่ปัญหาสำหรับการตามประกบของเขาเลย

3.3 การดวลลูกกลางอากาศ (Aerial Duel)

ต้องบอกว่านี่เป็นการเสริมกองหลังที่ “ตรงจุด” กับปัญหาในทีมที่มีอยู่ เนื่องจากแผงแบ็คโฟร์ของเรามีปัญหากับลูกกลางอากาศค่อนข้างมาก มีเพียงแค่แฮรี่ แมกไกวร์เพียงคนเดียว ที่สามารถแบกทีมในเรื่องนี้ได้

เมื่อก่อนเราจึงมีปัญหาการโดนลูกโด่ง และลูกเซ็ตพีซเปิดใส่อยู่เป็นประจำ

เรื่องความสามารถในการดวลลูกกลางอากาศนั้น ต้องบอกว่า คุณภาพการเล่นลูกโด่งของวาราน อยู่ในเรทที่ค่อนข้างใกล้เคียงกับแฮรี่ แมกไกวร์ อยู่พอสมควร

Aerial Duel Wons % เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่าง วาราน แมกไกวร์ และ ลินเดอเลิฟ นั้นมีดังนี้

Varane : 75.3% (จากการดวลลูกโหม่ง 97 ครั้ง)

Maguire : 77.5% (จากการดวลลูกโหม่ง 187 ครั้ง)

Lindelof : 65.7% (จากการดวลลูกโหม่ง 105 ครั้ง)

อัตราการขึ้นดวลลูกกลางอากาศแล้วชนะในระดับ 75%++ ขึ้นไปคือเรทของสุดยอดกองหลังที่โดดเด่นเรื่องลูกกลางอากาศอย่างแท้จริง (ยกตัวอย่างง่ายๆนักเตะที่มีwin rateลูกโด่งแบบนี้ก็เช่น Milenkovic ที่เรทอยู่ที่ 77.0% จากการดวลลูกโด่ง 152ครั้ง เป็นต้น)

ตัวเลขตรงนี้ทำให้เราพอจะเห็นภาพระดับความสามารถได้ว่า เรื่องลูกโด่งยังไงแมกไกวร์ก็ยังเป็นกระบี่มือหนึ่งของพรีเมียร์ลีก เพราะนอกจากอัตราการขึ้นแล้วชนะจะสูงเกือบจะ80%แล้วนั้น เรื่องของปริมาณที่ดวลก็ยังเยอะกว่าคนอื่นเกือบสองเท่าตัวเมื่อเทียบกับปริมาณทั้งหมดตลอดซีซั่น

แต่คุณภาพการดวลลูกกลางอากาศของวาราน ก็ดีระดับน้องๆแมกไกวร์เหมือนกัน อย่างแรกก่อนเลยก็คือ ป้องกันลูกโด่งดีกว่าลินเดอเลิฟแน่นอนอยู่แล้ว ด้วยส่วนสูงที่เหนือกว่า และอัตราduel ที่ดวลชนะสูงกว่าถึง10%

สังเกตวิธีการขึ้นโหม่งของวาราน สิ่งที่เด่นก็คือ “จุดโหม่ง” ของวารานนั้นอยู่สูงมากๆ ด้วยความที่เป็นกองหลังตัวสูง ทำให้ระยะโหม่งค่อนข้างสูง ที่สำคัญคือเรื่องของ Jumping Reach แรงกระโดดของวารานถือว่าดูดีเลย เพราะถ้าเทียบกันกับนักเตะที่สูงเท่าๆกัน (191cm) อย่างแม็คโทมิเนย์ วารานดูจะโหม่งได้ดีและสูงกว่าน้องแม็คแบบเห็นได้ชัดจากการเล่นในสนาม

จุดเด่นตรงนี้ของวาราน จะช่วยแบ่งเบาแฮรี่ แมกไกวร์ได้เยอะ และจะช่วยให้การรับมือเซ็ตพีซของแมนยูแข็งแกร่งขึ้นด้วย เพราะมีตัวช่วยในการขึ้นสกัดที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจุด หลังจากที่เมื่อก่อนเราได้แต่คาดหวังแมกไกวร์ให้เป็นตัวหลักในการโหม่งสกัด และต้องปักหลักยืนแบบ Zonal-Marking เท่านั้นเวลาเจอลูกนิ่งเล่นงาน

ต่อจากนี้เราอาจจะได้เห็นวาราน เป็นกองหลังตัว Zonal เพิ่มขึ้นอีกคน แต่โอเล่และเอริค แรมซีย์ อาจจะปรับใช้วารานมาเป็นตัวที่เล่นแบบ Man-Marking ที่จะคอยไปตามประกบตัวคีย์แมนที่จะเล่นลูกโหม่งของคู่ต่อสู้ได้

ดังนั้น เราจะมีตัว Zonal เจ๋งๆยืนปักหลักหนึ่งคนคือแมกไกวร์ และมีตัว Man-Mark ที่มีโอกาสแย่งโหม่งได้อย่างวารานเพิ่มมา

3.4 การจ่ายบอล (Passing)

จุดเด่นอีกอย่างของวารานก็คือ ความแม่นยำในการจ่ายบอล ซึ่งเรื่องนี้ต้องวัดกันด้วยสถิติ และเปอร์เซ็นต์การจ่ายบอลสำเร็จเมื่อเปรียบเทียบกับคู่CBเก่าอย่างแมกไกวร์กับลินเดอเลิฟนั้น มีอัตราดังนี้

Varane : เปอร์เซ็นต์จ่ายบอลสำเร็จ 91.1 % / วางบอลยาวสำเร็จ 83.2 % / บอลสั้น 92.7 %

Maguire : เปอร์เซ็นต์จ่ายบอลสำเร็จ 89.0 % / วางบอลยาวสำเร็จ 79.1 % / บอลสั้น 91.0 %

Lindelof : เปอร์เซ็นต์จ่ายบอลสำเร็จ 91.1 % / วางบอลยาวสำเร็จ 72.3 % / บอลสั้น 94.4%

เรื่องของการจ่ายบอลนั้นก็ถือว่า วารานเป็นกองหลังที่วางบอลได้เก่งคนนึง สถิติเห็นชัดเจนว่า การวางบอลยาวในระยะเกิน30หลาของเขานั้น แม่นยำกว่าลินเดอเลิฟเป็น10% และก็ยังเหนือกว่าแฮรี่ แมกไกวร์อยู่ ในขณะที่บอลสั้นวารานก็ยังแม่นกว่าแมกไกวร์อยู่เล็กน้อย

จุดที่น่าสนใจอยู่ที่เรื่องการวางบอลยาวของราฟาเอล วาราน จะเห็นค่อนข้างชัดว่า เขาสามารถ “ใช้เท้าได้ทั้งสองเท้า” ในการเล่นบอล โดยเฉพาะตอนวางบอลยาวนี่คือใช้เท้าซ้ายเปิดบ่อยมาก แล้วแต่ว่าสถานการณ์ตรงนั้น มุมข้างไหนถนัดกว่ากัน วารานก็จะใช้ขวา สลับกับซ้าย ในการวางบอล และวางแม่นกว่าเซ็นเตอร์สองคนดังกล่าวด้วย

เพราะฉะนั้น เรื่องที่ว่าเมื่อวารานเข้ามาแล้วเกมรุกของแมนยูจะเป็นยังไง มีคำตอบเห็นๆเลยก็คือ อาวุธยาวจากแดนหลังจะยังมีอยู่ และ “ดีขึ้น” กว่าเดิมแน่นอน

ประเด็นการจ่ายบอลนั้นอยู่ในหัวข้อเรื่องของ Build-up Play ของแมนยูไนเต็ดด้วย เรื่องการจ่ายถือว่าทำได้ดี ส่วนการเล่นกับบอลด้วยตัวเองของวาราน ในด้านการโฮลดิ้งนั้น ปริมาณการสัมผัสบอล และพาบอลไปกับตัวนั้นถือว่าค่อนข้างใกล้เคียงกับลินเดอเลิฟ

การสัมผัสบอล : Varane 2013 ครั้ง / Lindelof 2036 ครั้ง

ระยะทางรวมของการการพาบอลขึ้นในหน้า : Varane 4466 หลา / Lindelof 5041 หลา

ระยะทางรวมของการพาบอลไปกับตัว :  Varane 9515 หลา / Lindelof 9111 หลา

ส่วนกัปตัน เรื่องโฮลดิ้งกินขาด Maguire : การสัมผัสบอล 2500 / ระยะพาบอลขึ้นหน้า 6498 ระยะพาบอลรวม 10746 หลา

สรุปในหัวข้อนี้ก็คือ วารานนั้นมีความแม่นยำในการจ่ายบอลที่ดูดีกว่าทั้งลินเดอเลิฟและแมกไกวร์ แต่แมกไกวร์ยังคงเป็นตัวครองบอลและพาบอลที่เก่งมากกว่าตัวอื่นๆทั้งหมดอยู่

การเข้ามาของวาราน จะทำให้ภาคการbuild-up playของทีมดีขึ้น ด้วยการวางบอลที่แม่นยำมากขึ้นของเขานั่นเอง

3.5 สภาพร่างกายที่ดีไม่บาดเจ็บง่าย (Natural Fitness)

ข้อนี้ถือเป็นข้อดีของวาราน ที่มักจะไม่ค่อยมีปัญหาอาการบาดเจ็บเท่าไหร่ และเรื่องของ Injuries History ของเจ้าตัวนั้นถือว่าค่อนข้างคลีน และปลอดภัยมากๆ เมื่อส่วนใหญ่แล้วเขาแทบไม่เคยเจ็บยาวๆเลย นานสุดคือ49วัน ตั้งแต่ช่วงฤดูกาล 2016/17 ปีนั้นถือว่าเจ็บเยอะมาก บ่อย และ นาน แต่ต้องบอกข่าวดีว่า สามปีหลังของวาราน ตั้งแต่ 2018 เป็นต้นมา 3ซีซั่นเจ็บไปแค่5ครั้งเท่านั้น และที่นานสุดคือ 17วัน นานสุดแล้ว เจ็บในช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมา

ถือว่าประวัติบาดเจ็บค่อนข้างดี และไม่น่ามีปัญหาอะไร เมื่อส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาอาการบาดเจ็บ “กล้ามเนื้อ” เป็นหลักๆ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อลักพาตัว (abductor muscle) ที่เป็นกล้ามเนื้อที่แผ่ออกรยางค์ด้านข้าง ไม่ใช่กล้ามเนื้อที่ยึดเข้าส่วนกลาง

ส่วนจุดอื่นๆอย่างพวกข้อต่อ หรือการบาดเจ็บที่รุนแรงอย่างเช่นเข่าอะไรเช่นนี้ก็ไม่มี

แฟนผีสบายใจได้ ซื้อมาได้ใช้งาน ไม่มีเจ็บออดๆแอดๆแน่นอนถ้าไม่โชคร้ายจนเกินไปขนาดนั้น ถ้ามีบาดเจ็บ พักอย่างมากสุดก็แค่เดือนเดียว สำหรับ Squad Depth กองหลังของแมนยูตอนนี้ถือว่าไว้ใจได้ เพราะถ้าใครเจ็บก็จะยังมีตัวทดแทนอย่างไบญี่ รอขึ้นมาช่วยทีมได้ทุกเมื่อ

3.6 จุดเด่นอื่นๆ

-การยืนตำแหน่ง (Positioning)

อย่างที่บอกไปว่าวารานจะใช้การอ่านเกม และการรักษาตำแหน่งค่อนข้างมาก ดังนั้นเรื่องการยืนตำแหน่งในสนาม ในแผงเกมรับของทีม เขายืนได้ดีและมักจะคัฟเวอร์จุดอันตรายให้ทีมได้บ่อยๆ

ภาพที่เขาเคลียร์บอลออกจากพื้นที่อันตรายได้บ่อยครั้ง นั่นคือจุดเด่นในเรื่องpositioning ของราฟาเอล วาราน แบบเห็นได้ชัด

-การอ่านเกม (Anticipation)

ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชนกับเกมระดับสูง เรื่องการอ่านจังหวะเกม การคาดเดาทางบอล เป็นเรื่องที่ถนัดของวารานอยู่แล้ว นี่คือกองหลังที่ใช้เซนส์และสมองร่วมกันได้อย่างดี และมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคู่ต่อสู้ได้รวดเร็วมากๆ

-เรทติ้งจากWhoscored

ฟอร์มการเล่นโดยเฉลี่ยนนั้น วารานได้เรตติ้งที่ดีกว่าลินเดอเลิฟ แต่ยังเป็นรองจากแมกไกวร์อยู่ ตามตัวเลขนี้

Varane 6.85 / Maguire 7.04 / Lindelof 6.69

-ภาคเกมรุก

Varane ทำไป 2 ประตู จาก 31 นัด ส่วนแมกไกวร์ทำ 2ประตู 1 แอสซิสต์ และลินเดอเลิฟ 1ประตู 1 แอสซิสต์

ด้านการสร้างสรรค์เกมรุก วารานสร้างโอกาสยิงเฉลี่ย 0.53 ครั้ง/เกม ส่วนแมกไกวร์ 0.92 ลินเดอเลิฟ 0.31 ตามลำดับ

3.7 “จุดอ่อน”

เรื่องของจุดอ่อน แทบไม่ค่อยมีจุดอ่อนอะไรที่เห็นได้ชัดเลยในตัววาราน จะมีก็เพียงความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆที่อาจจะมีเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีบ่อย

ด้วยความที่เป็นกองหลังall around ที่ทำได้ทุกมิติในการเล่นกองหลัง ดังนั้นจุดอ่อนจึงหาแทบไม่ค่อยมี มีอยู่บางแหล่งข้อมูลที่ตั้งข้อสังเกตไว้ก็คือเรื่องของการ “tackling” หรือการ เข้าปะทะกันด้วยร่างกาย ที่ไม่ใช่จุดที่โดดเด่นมากนัก (เพราะที่วารานเด่นจริงๆคือการสกัดที่บอลแบบ Interception มากกว่า)

ร่างกายวารานไม่ได้หนามาก ออกแนวสูงโปร่งก้านยาว ดังนั้นแรงปะทะจึงไม่ได้มากมายอะไรนัก ซึ่งก็ไม่ใช่จุดเด่นของเขา แต่ถามว่าแย่ไหม มันก็ไม่ได้ถึงแย่ แค่ว่าไม่เด่นเฉยๆ

4.การใช้งานในเชิงแทคติก

ราฟาเอล วาราน เข้ามาอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้ทีมเกิดขึ้นได้บ้างในเชิงแทคติก?  ต้องบอกว่ามีเยอะมากๆ นอกจากจะทำให้เกมรับเหนียวแน่นขึ้นมากแล้ว ตาม “วัตถุประสงค์หลัก” ที่ซื้อวารานเข้ามา แต่นอกจากนี้ ความสามารถของวารานยังส่งผลทำให้ทีมเราสามารถวางแทคติกที่หลากหลาย และ ไม่เคยมีมาก่อนในยุคโซลชาได้อีกหลายๆแผน

มีอะไรบ้างไปดู

4.1 แผน “4-2-3-1” Ole's Origin

สำหรับแผนการเล่นปกตินั้น ราฟาเอล วาราน จะสามารถเข้ากับ 4-2-3-1 ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เป็นอย่างดี ด้วยการยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็คในระบบ “แบ็คโฟร์” ที่เป็นของถนัดอยู่แล้ว

โดยที่ ราฟาเอล วารานนั้น ถนัดในการยืนฝั่งขวามากกว่า ด้วยเท้าข้างถนัดขวา และภาพบ่อยครั้งที่เขาจะถ่างออกไปริมเส้นเพื่อซ้อนแบ็ค และจัดการกับปีกคู่แข่งอยู่เรื่อยๆ ทำให้การยืนในระบบแบ็คโฟร์ เมื่อเข้ามาอยู่กับแมนยูไนเต็ดเขาก็จะยืนเป็น “กองหลังตัวขวา” ลงล็อคคู่กับแมกไกวร์พอดีที่ถนัดยืนฝั่งซ้ายมากกว่า

ลักษณะการลงมาเล่นในแผนปกติของแมนยูไนเต็ดจะเป็นเช่นนี้

จุดแรกที่ทีมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่ได้ราฟาเอล วาราน ลงมาในแผน 4-2-3-1 ก็คือ “เกมรุกฝั่งขวา” จะสามารถบุกกระหน่ำ เติมกันกระจุยได้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่จะได้ประโยชน์จากวารานมากที่สุด ก็คือ “อารอน วานบิสซาก้า” ที่จะสามารถเติมขึ้นสูงในพื้นที่สุดท้ายได้มากกว่าเดิม

อย่างที่ศาลาผีวิเคราะห์ในบทความบ่อยๆ เรื่อง “แอเรียการเล่น” ที่ดีที่สุดของ AWB ว่าอยู่ทางด้านบนสุดทางฝั่งขวา เติมสูงขึ้นมาถึง Final Third ยิ่งสูงมากเท่าไหร่ยิ่งดี ทีมจะได้ประโยชน์จากการเล่นจังหวะสุดท้ายของเขา ไม่ว่าจะครอสยัดเข้ากลาง หรือเติมขึ้นมายิงเองก็ตาม

วานบิสซาก้าที่มีวารานยืนอยู่ด้านหลังในตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็คตัวขวา (RCB) จะสามารถเติมสูงได้มากกว่าเดิม เนื่องจากว่า หลังบ้านของเรามี วาราน ที่มีสปีดความเร็วมากพอจะรับมือตัวเล่น counter-attack ของคู่ต่อสู้ได้อย่างสบายๆ ทำให้AWBสามารถเติมได้ลึกและอิสระมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก ซึ่งเข้าแก๊ปกับแทคติกที่เหมาะสมสำหรับวานบิสซาก้า

คอยดูได้เลยว่า นอกจากซานโช่จะเข้ามาบาลานซ์ตำแหน่งปีกขวาแล้ว วานบิสซาก้าจะเติมกระจุยหนักกว่าเดิมอีก เป็นผลพวงของการเข้ามาในทีมจากราฟาเอล วาราน

4.2 การปรับมาเป็นแผน “4-3-3”

ข้อนี้อย่างที่เคยทำบทความเอาไว้ว่า การที่มี “กองหลัง” ที่แข็งแกร่ง และอัพเกรดขึ้นกว่าเดิมนั้น ทำให้แนวรับหลังบ้านแน่นอนขึ้น และจะส่งผลทำให้แมนยูไนเต็ด สามารถปรับมาเล่นแผนที่ “ใช้กลางรับแค่คนเดียว” ได้ด้วย หลังจากที่ผ่านมา เราเล่นในแผน 4-2-3-1 ด้วยการใช้ double-pivot กลางต่ำยืนคู่กันสองคนมาตลอด โดยเฉพาะแม็คเฟร็ด ที่เล่นเกมรับคู่กันทั้งคู่ เพราะเนื่องจากว่า แผงหลังยังมีรูรั่วอยู่ในเกมรับ ทีมจึงต้องใช้มิดฟิลด์ตัวรับถึงสองคน ในการช่วยอุดรูรั่วที่จะเกิดขึ้นเพราะแผงหลังมีปัญหา

แต่ต่อจากนี้ เรามีโอกาสที่จะปรับมาเล่นกลางรับตัวเดียวแล้ว จากการมีวารานเข้ามายืนเป็นกองหลังที่แข็งแกร่ง ดังนั้นแมนยูไนเต็ดจึงอาจจะปรับเป็น 4-3-3 ได้ดังนี้ เท่าที่มีตัวนักเตะอยู่

ซึ่งตรงนี้ก็ค่อนข้างชัดเจน และตรงกับวัตถุประสงค์ของโอเล่ที่อยากจะเพิ่ม “มิดฟิลด์ที่มีจินตนาการสร้างสรรค์เกมรุก” ลงในสนามมากกว่าเดิมหนึ่งคน

ดังนั้น เมื่อแผงหลังแน่น และแข็งแกร่งแล้ว จากการมีวาราน ดังนั้นเรามีโอกาสลดมิดฟิลด์ตัวรับออก1ตัวได้ แล้วเพิ่มมิดฟิลด์ตัวรุกคนที่สอง ลงมาช่วยบรูโน่ ในยามที่หาช่องไม่ได้ หรือถูกปิดผนึกการเล่นเอาไว้

หากเล่นแผนนี้ได้ เกมรุกแมนยูไนเต็ดจะดุดันยิ่งกว่าเดิม ในขณะที่ไม่เสียสมดุลของเกมรับไป เพราะมีวารานคอยป้องกันหลังบ้านให้เราแล้ว

4.3 ใช้แทคติก “แผงหลังดันสูง” (High Defensive Line)

นี่คือรายละเอียดเชิงแทคติกการเล่นที่แมนยูไนเต็ดจะเริ่มปรับมาใช้ในฤดูกาลนี้แน่นอน จากการเข้ามาของราฟาเอล วาราน ซึ่งต้องบอกก่อนว่า สิ่งนี้ถูกใช้งานกับวารานแล้วที่เรอัล มาดริด ในการดันแผงหลังขึ้นสูงของกองหลังมาดริด แมนยูไนเต็ดก็จะสามารถเล่นสิ่งนั้นได้เหมือนกันที่โอลด์แทรฟฟอร์ด

ต้องอธิบายก่อนว่า การใช้หลังดันสูงในแทคติกการเล่น จะส่งผลอะไรให้ทีมได้บ้าง? อย่างแรกก็คือ เกมบุก จะดุดัน และอันตรายมากขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะได้มีการโหลดปริมาณนักเตะขึ้นมาในแดนคู่ต่อสู้มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ไลน์การยืนของนักเตะแมนยูไนเต็ดก็กินพื้นที่ของคู่แข่งขึ้นมาเยอะกว่าเดิมด้วย

การที่มีปริมาณผู้เล่นในแดนคู่ต่อสู้มากกว่าเดิม บีบขึ้นกว่าเดิม จะทำให้เกมบุกเราลื่นไหล ต่อเนื่องมากขึ้น เนื่องจากมีเพื่อนดันสูงตามขึ้นมาร่วมเซ็ตทีมเวิร์คเกมบุกด้วยกัน

ลักษณะของการ “พับสนามบุก” จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อทีมเล่นแบบ High Defensive Line เหมือนที่ทีมระดับท็อปคลาสใช้งาน

ในภาพนี้จะเห็นชัดเจนว่า แผงแบ็คโฟร์นั้นดันไลน์ล้ำหน้าขึ้นมาสูงถึงกลางสนามทั้งแผง ไม่มีห้อยใครทิ้งไว้ทั้งนั้น และในการเล่นจริงของทีมฟุตบอลยุคปัจจุบัน แบ็คสองข้างก็จะดันขึ้นไปเป็นWinger ด้านหน้าแล้ว

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในการดันสูงนี้ก็คือ คู่กองหลัง(4,5) ก็จะขึ้นมายืนคู่กันเป๊ะๆในพื้นที่วงกลมตรงกลางสนาม เหมือนขยับเอาคู่กองหลัง มาเป็น “คู่มิดฟิลด์” ที่คุมเกมและบีบพื้นที่คู่แข่งให้เหลือน้อยลงไปอีก

เกมรุกจะโหดขึ้น รัวขึ้น ต่อเนื่องขึ้น และ เจาะเข้าเนื้อคู่ต่อสู้มากกว่าเดิมแน่นอน

แต่..

เขียนมาถึงตรงนี้ มันก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีอย่างเดียว จริงๆแล้วการจะนำแผนดันสูงของกองหลังมาใช้นั้นก็เหมือนดาบสองคม เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือ พื้นที่ด้านหลังของกองหลังจะเหลือเยอะและโล่งมากๆ

ถ้ามีตัวสวนกลับที่หลุดขึ้นมาได้ ก็จะหลุดเดี่ยวไปเจอกับผู้รักษาประตูได้ง่ายๆเลย

นี่จึงเป็นความเสี่ยง และความอันตราย ที่มาพร้อมกัน เมื่อคุณเล่นแผนนี้ เกมรุกจะดีขึ้นก็จริง แต่เกมรับก็จะเสี่ยงขึ้นด้วย

สิ่งที่จะสามารถรองรับ และแก้ไขจุดอ่อนของแผนการเล่นที่ใช้ High Defensive Line ได้ก็คือ ความสามารถในการ “Coverพื้นที่แอเรียใหญ่ๆ” ของเซ็นเตอร์แบ็ค จะต้องดีมากๆ ถึงจะเล่นแผนนี้ได้

ซึ่งราฟาเอล วาราน มีความสามารถนั้นอยู่ในตัว และซีดานก็มองเห็น+นำมาใช้แล้ว

ราฟาเอล วารานมีสปีดความเร็วที่ดีมากอย่างที่เขียนไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่กลัวที่จะใช้ความเร็วในการวิ่งแข่งกับปีกหรือกองหน้าสายPoacherตัวฉีกไลน์ของคู่แข่ง เพราะวารานก็พร้อมจะเล่นเกม “วิ่งแข่ง” กับกองหน้าพวกนี้เช่นกัน

นอกจากความเร็วแล้ว ความฉลาดในการอ่านจังหวะเกม และการ “รักษาพื้นที่” ของวาราน จะช่วยสิ่งนี้ได้ เพราะเขาจะสามารถกลับมารักษาตำแหน่ง และปิดช่องโหว่ที่จะเกิดให้ทีมได้ด้วย อย่างที่เกริ่นไว้สิ่งแรกสุดว่า วารานคือกองหลังที่เล่นป้องกันด้วย “การเคลื่อนที่” เป็นหลัก

จุดที่เป็นจุดแข็งมากๆคือ วารานเป็นกองหลังที่ดักทางลูกสวนกลับได้เก่งมากๆ สมัยที่อยู่กับเรอัล มาดริด ในยามที่ดันสูง และจะโดนสวนกลับมา วารานจะอ่านและตัดบอลได้อยู่บ่อยๆก่อนที่บอลจะหลุดไปให้ตัววิ่งทะลุขึ้นมาได้ หรือถ้าบอลถูกจ่ายทะลุไปแล้ว วารานก็ยังมี “ความเร็ว” มากพอที่จะใช้กวดได้อีก

พูดง่ายๆคือนี่เป็นกองหลังสาย “Counter-counter attack” ที่ดีมากๆ

ดังนั้น การเล่นที่ต้องใช้การวิ่ง ใช้พื้นที่เยอะๆ คือสิ่งถนัดของวาราน ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆก็เหมือนอินเวิร์สส่วนกลับของแรชฟอร์ดนั่นแหละครับ

แรชคือตัวรุกที่ต้องการพื้นที่เล่น เพื่อให้ใช้ความเร็วได้ฉันใด วารานก็คือกองหลังที่มีจุดแข็งในการเล่นแบบใช้พื้นที่ และใช้การเคลื่อนที่ในการจัดการกับคู่ต่อสู้ก็ฉันนั้น

เพราะฉะนั้น เมื่อเรามีกองหลังสายสปีดที่คัฟเวอร์แอเรียและสเปซกว้างๆเก่งนั้น ทำให้แมนยูไนเต็ดมีโอกาสที่จะเล่นเกมบุกด้วยการดันแผงหลังขึ้นสูงหมดทั้งแผงได้ ทำให้ทีมจะบุกได้ดีกว่าเดิม และ “เหมาะมาก” ในการใช้บุกทีมเล็กๆที่ชอบจอดรถบัส และตั้งรับลึก

เพราะนั่นแปลว่า แนวconfrontด้านหน้าของแมนยูจะขึ้นสูงโดยมีมิดฟิลด์และกองหลัง ตามขึ้นมาซัพพอร์ตบอลจากข้างหลัง ถ้าเพิ่มปริมาณนักเตะได้ โอกาสในการเจาะรถบัสก็ยิ่งมากกว่าเดิม

วารานนี่แหละจะทำให้เกมบุกเราเจาะพวกทีมตั้งรับลึกได้สำเร็จ จากการดันแนวแผงหลังขึ้นสูงมาพับสนามบุกนั่นเอง!

4.4 การยืนในระบบหลังสาม (3-4-1-2)

สำหรับการใช้วารานในระบบหลังสาม หากว่าวันไหนมีแผนนี้เข้ามานั้น  ค่อนข้างชัดเจนสุดๆว่า เขาเหมาะสำหรับการยืนในตำแหน่ง “เซ็นเตอร์แบ็คตัวด้านข้าง” ให้กับทีม ในจุดของ RCB ตัวทางขวา จะเหมาะกับวารานมากกว่าที่จะใช้เขาเป็นสวีปเปอร์ตัวสุดท้ายในแผนนี้

สาเหตุหลักคือ วารานมีฝีเท้าและความเร็วที่ดี ดังนั้นจึงควรใช้ความเร็วและการเคลื่อนที่ของเขาให้เป็นประโยชน์ ในตำแหน่งกองหลังตัวข้างจะสามารถเข้าไปเล่นเกมรับ และออกจากตำแหน่งได้ง่ายกว่าคนที่ยืนเป็นตัวสุดท้าย เพราะต้องรักษาตำแหน่งการยืนเอาไว้

ถ้าเอาวารานมายืนสวีปเปอร์ตัวสุดท้ายในแผนหลังสาม คือเสียของมากๆ เพราะเขาจะไม่ได้โบยบิน และใช้ความเร็ว+เกมรับให้เป็นประโยชน์

ดังนั้นในระบบหลังสาม เขาจึงเหมาะกับการยืนCBตัวขวานั่นเอง

4.5 การจับคู่

เรื่องของการจับคู่ ราฟาเอล วาราน เหมาะที่จะจับคู่กับแฮรี่ แมกไกวร์ มากที่สุดแล้ว เนื่องจากว่าสองคนนี้เติมเต็มซึ่งกันและกันได้ เพราะแมกไกวร์นั้นเด่นเรื่องลูกกลางอากาศมาก แต่ภาคพื้นดินมีจุดอ่อนที่โดนพวกตัวรุกคล่องๆเล่นงานได้อยู่เสมอ วารานจึงเหมาะกับการเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์แมกไกวร์ ที่จะจัดการกับตัวรุกสายสปีดเหล่านั้นให้ทีมเราได้พอดี

เรื่องของคลาสและระดับของนักเตะ การจะหาคู่หูให้แมกไกวร์นั้นถ้าจะให้เหมาะสมก็ควรเป็นกองหลังที่มีชื่อชั้นพอๆกันกับแมกไกวร์ หรือต้องดีกว่า เพราะงั้นการได้วารานเข้ามา คือสิ่งที่แฟนผีคาดหวังและรอคอยในเรื่องคู่หูแมกไกวร์มาตลอด เพราะถ้าให้พูดจริงๆ ระดับชื่อชั้นของวารานดีกว่าแมกไกวร์ซะอีก จากความสำเร็จและทีมที่เคยอยู่มา

เพราะฉะนั้น วาราน มีศักดิ์ศรีที่เพียบพร้อมเกินพอจะมาเป็นคู่หูให้กับแฮรี่ แมกไกวร์ได้อย่างสบายๆ ทั้งระดับชั้นที่พอๆกัน และทั้งการเล่นที่เติมเต็มซึ่งกันและกันพอดี

นอกจากแมกไกวร์แล้ว อีกคนนึงที่วารานเหมาะจะเล่นด้วยก็คือ “วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ” นั่นเอง

หากว่าวันไหนต้องการจะrotation วิธีที่สามารถทำได้ก็คือ พักแมกไกวร์ไว้ได้เลย แล้วส่งวาราน ลงคู่กับลินเดอเลิฟได้ เพราะเอาจริงๆแล้ว ลินเดอเลิฟมีสไตล์การเล่นค่อนข้างเหมือนแมกไกวร์ นั่นก็คือเป็นBall-playing ที่คอยคุมตำแหน่งการยืน และคอยอ่านดักทางบอลเช่นกัน ในขณะที่วารานจะเคลื่อนที่มากกว่า ไม่ใช่ตัวดักแบบสองคนนั้น

การเล่นของวารานจะสอดคล้องกับลินเดอเลิฟได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ว่าอาจจะต้องช่วยเจ้าเลิฟแบกเรื่องลูกกลางอากาศหน่อยเท่านั้นเอง แต่ก็สามารถใช้จับคู่กันได้ระหว่าง ลินเดอเลิฟ กับ วาราน

รายเดียวที่ไม่เหมาะจะใช้เล่นกับวารานก็คือ “เอริค ไบญี่”

สต็อปเปอร์สายเอนเตอร์เทนเมนท์รายนี้ ไม่เหมาะจะใช้ยืนคู่กับวารานเท่ากับสองคนนั้น เนื่องจากสไตล์การเล่นบางส่วนของไบญี่ มันทับซ้อนกับวารานอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนที่และความเร็ว ที่มีคล้ายๆกัน

ถ้าเอามายืนคู่กัน มันจะไม่มีใครยืนเป็นตัวหลักของแผงหลังเลยสักคน อาจจะมีปัญหาและรั่วได้

ส่วนคำถามที่ว่า แล้วถ้าเล่นแผนดันสูง วารานควรจะเล่นคู่กับใคร? ตรงนี้ตอบได้เลยว่า ใช้เป็นแมกไกวร์หรือลินเดอเลิฟได้ ไม่ต่างกัน แต่ขออย่าเป็นไบญี่ก็พอ

แม้ไบญี่จะเป็นกองหลังอีกคนที่มีความเร็ว และจะสามารถใช้ในแผนดันไลน์สูงได้ แต่ความไม่แน่นอนในการเล่นของไบญี่ เสี่ยงเกินไปที่จะให้เล่นด้วยการใช้ High Defensive Line เพราะตัวแทคติกมันก็เสี่ยงมากพออยู่แล้ว การที่คิดจะใส่นักเตะที่มีความไม่แน่นอนในการเล่นสูง ลงไปในแผนเช่นนี้ มันก็ยิ่งไปสำทับกันให้เสี่ยงมากขึ้นกว่าเดิมอีก

เพราะฉะนั้นแล้ว สรุปการจับคู่วาราน ก็จะเรียงลำดับตามความเหมาะสมดังนี้

1. Varane-Maguire >> 2. Varane-Lindelof >>> 3. Varane-Bailly = Varane-McTominay,Matic

ที่น่าสนใจคือ หากว่าจำเป็น วารานอาจจะใช้งานคู่กับแม็คโทมิเนย์ที่ลงมายืนCB หรือยืนกับมาติชก็ได้ในยามจำเป็น หากว่ามีมิดฟิลด์ลงมายืนเป็นเซ็นเตอร์คู่กับเขานั้น วารานเหมาะที่จะใช้ยืนเป็นตัวหลังสุดที่คอยคุมตำแหน่งแทน เพราะมีเซนส์เรื่องpositioningมากกว่ามิดฟิลด์ทั้งสอง

4.6 ข้อควรระวังในเชิงแทคติก

จุดที่มีข้อกังวลเรื่องแทคติก ในยามที่ใช้งานวารานในเกมก็คือ จังหวะtransition play ในการเล่นสวนกลับ หากว่าราฟาเอล วาราน ตัดบอลกลับมาได้ สิ่งที่ต้องคิดก็คือ เราจะต้องหาคนมา “รับบอล” ต่อจากวาราน ในยามที่เขาสกัดบอลจากคู่ต่อสู้สำเร็จ ซึ่งตรงนี้หลักๆจะเป็นหน้าที่ของ “กลางรับ” ของทีม

และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ไม่มีกลางรับสดๆดีๆแบบคาเซมิโร่ ที่จะลงมาช่วยวารานนี่แหละ คือปัญหา

ต้องดูว่าทีมจะมีการเซ็ตแทคติกยังไง เพราะวารานจะเป็นกองหลังที่ออกไปสกัดบอลคู่แข่งอยู่บ่อยๆ และมักจะตัดบอลมาสำเร็จด้วย ดังนั้น แมนยูและโอเล่ จึงต้องคิดวิธีการเล่นในสนามเผื่อเอาไว้เลยว่า ในกรณีที่เกิดเงื่อนไข

“วารานสกัดบอลได้” เกิดขึ้น นักเตะคนอื่นๆจะต้องยืนตำแหน่ง และเทคแอคชั่นยังไงบ้าง

เช่น

-ให้มาติช ที่เล่นHalf-Back ขยับมารับบอลต่อจากวาราน

-ดึงแม็คโทมิเนย์ลงต่ำมารับบอลจากจุดมิดฟิลด์

-เฟร็ดไม่ควรเป็นคนลงต่ำมาเล่นในจุดนี้ เพราะอันตรายมากที่อาจจะโดน counter-pressing เล่นงานต่ออีกทอด หลังจากวารานสกัดบอลได้แล้ว คู่แข่งก็มีโอกาสที่จะใช้เกเก้นเพรสซิ่ง เล่นงานทีมเราอีกต่อนึงได้ทันทีเหมือนกัน ดังนั้น การใช้เฟร็ดลงมารับบอลจากวารานจึงค่อนข้างอันตรายมากๆ เพราะโอกาสพลาดโดน “transition playย้อนศร”ใส่ ก็มีสูงเหมือนกัน

ส่วนการจะคาดหวังว่าตลาดนี้จะมีมิดฟิลด์ตัวรับเข้ามานั้น ลืมๆไปก่อน หวังซัมเมอร์หน้าเอาแล้วกัน ดังนั้นประเด็นนี้จึงเป็นจุดคิดที่เราต้องดูว่า ทีมจะมีวิธีการยังไงเวลาที่ตัดบอลจากวารานได้สำเร็จ เพื่อให้ทีมสามารถบุกคืน หรือเล่นสวนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.Conclusion

สรุปบทความนี้นั้น เมื่อวิเคราะห์การเข้ามาของราฟาเอล วารานแล้ว สิ่งแรกก่อนเลยก็คือ เกมรับของเราเหนียวขึ้นแน่นอน ข้อนี้รับประกัน100% ด้วยฝีเท้าและคลาสการเล่นที่ต้องพูดตรงๆว่าเหนือกว่าลินเดอเลิฟอยู่แล้ว

การอยู่ในทีมระดับท็อปของยุโรปมาตลอด10ปีกับเรอัล มาดริด กับแชมป์UCL 4สมัย / แชมป์ลาลีกาสเปน 3 สมัย และพ่วงด้วย “แชมป์ฟุตบอลโลก” อีก 1สมัยกับทีมชาติฝรั่งเศส รวมถึงถ้วยอื่นๆอีกมากมาย มันไม่ต้องพิสูจน์อะไรกันอีกแล้วว่านี่คือกองหลังระดับท็อปของโลกนี้อย่างแน่นอน

เรารู้สึกดีใจมากที่ทีมเลือกเซ็นสัญญาตัวหลักๆกับกองหลังชั้นยอดที่สมบูรณ์และ “พร้อมใช้” ได้เลยทันทีแบบไม่ต้องปั้นอีกแล้ว จากที่แฟนผีคาดหวังและรอคอยมาตั้งแต่ปีแรกที่แมกไกวร์ ย้ายมาอยู่ชายคาโรงละครแห่งความฝัน

ยังจำกันได้ไหมครับว่า ประเด็นที่แฟนผีพูดคุยและรอคอยกันมานานคือเรื่องอะไร? ใช่ละครับ มันคือเรื่องการหาคู่พาร์ทเนอร์ที่สมน้ำสมเนื้อให้กับแมกไกวร์นั่นเอง อย่างน้อยที่สุดควรจะเป็นนักเตะที่ดีกว่า หรือเก่งกว่าเขาเข้ามาในทีม

ตอนนี้ ความฝันที่ว่าของแฟนผีเป็นจริงแล้ว

นอกจากเป็นการเสริมแกร่งที่หานักเตะที่สมน้ำสมเนื้อกับแมกไกวร์เข้ามาเล่นคู่กันแล้วนั้น ยังกระชับเกมรับของทีมที่เคยมีรูรั่วมาในซีซั่นที่แล้ว จะแน่นขึ้น และพลาดยากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน อันจะส่งผลต่อโฉมหน้าการแข่งขันที่เราจะพลาดเสียคะแนนน้อยลงกว่าเดิม

ซื้อวารานมาตัวเดียว ได้ทั้งคู่หูแมกไกวร์ และแก้ปัญหาเกมรับได้ในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเกมรับจากลูกเซ็ตพีซเองก็ช่วยได้เช่นกัน จากความสามารถในการรับมือกับลูกโด่งที่ยอดเยี่ยมของเขา เกมรับแมนยูจะแข็งขึ้นอย่างมาก

นี่คือคำตอบของการลงตลาดนักเตะที่ “ตอบโจทย์” กับปัญหาที่ทีมมีอยู่ได้ตรงจุดที่สุด กับความแน่นอนและมั่นคงที่จะเกิดขึ้น ต้องบอกก่อนว่า มันอาจจะไม่ได้พลิกโฉมแบบที่ “ฟานไดค์” เข้ามาอยู่กับลิเวอร์พูล เพราะพวกเขาเคยมีเกมรับที่พร้อมเสียประตูตลอดเวลาอยู่แล้ว

แต่แมนยูไนเต็ดชุดนี้ แผงแบ็คโฟร์ก็มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่ดีมากๆแล้ว แต่มันยังมีรอยโหว่บางจุดที่ต้องแก้ไขก่อนในบางประเด็น ดังนั้น วารานไม่ใช่กองหลังที่จะเข้ามาแล้วพลิกโฉมให้เกมรับของเราเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

แต่วาราน คือคนที่เข้ามาทำลายจุดอ่อนที่เหลืออยู่ให้หายไป และเราจะสร้างแผงแบ็คโฟร์ที่แข็งแกร่งขึ้นได้นับจากนี้

เรื่องของการจับคู่กันระหว่าง วาราน กับ แมกไกวร์นั้น แฟนผีหลายๆท่านมีข้อสงสัยว่า พวกเขาจะสามารถทำสิ่งเดียวกับที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ กับ เนมันย่า วิดิช เคยสร้างคู่กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดขึ้นมาได้หรือไม่?

วารานกับแมกไกวร์ อาจจะไม่ได้ไร้เทียมทานถึงระดับคู่ในตำนานอย่างริโอกับวิดิชได้ แต่ที่แน่ๆ มาตรฐานของการเล่นของวาราน-แมกไกวร์ ก็อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและไว้ใจได้ และ “ใกล้เคียง” กับคู่ริโอ-วิดิช

เพราะอย่าลืมว่า นี่คือกองหลังระดับท็อปคลาสของยุคทั้งคู่ แมกไกวร์คือกองหลังตัวสำคัญของทีมที่เข้ารอบชิงยูโร2020 ในขณะที่วาราน มาจากทีมชุดประวัติศาสตร์อีกชุดของมาดริดที่แข็งแกร่งและกวาดแชมป์เป็นว่าเล่น

ชื่อชั้นสองคนนี้จริงๆแล้วก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าริโอ กับ วิดิชเลยด้วยซ้ำ

ดังนั้นเราเชื่อว่า มันถึงเวลาแล้วที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในยุคของโซลชา ผ่านการเซ็ตระบบหลังบ้านของเกมรับให้แข็งแกร่งก่อน เพื่อเป็นรากฐานการเล่นที่แน่นอนของทีมเด็กหนุ่มชุดนี้

เกมรุกจะทำให้คุณชนะ แต่เกมรับจะทำให้คุณเป็นแชมป์ วลีนี้ยังใช้ได้เสมอ และตัวอย่างของทีมที่อัพเกรดแนวรับ แล้วฟอร์มการเล่นดีขึ้นแบบทันตาเห็น ก็มีให้เจอได้เยอะแยะ ไม่ว่าจะซิตี้หรือลิเวอร์พูลชุดนี้ก็ตาม

ดีลของราฟาเอล วาราน จะสร้าง “กำแพงไร้เทียมทาน” วาราน-แมกไกวร์ ให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

Invincible Wall ถือกำเนิดขึ้นแล้วนับตั้งแต่นี้

-ศาลาผี-

References

https://fbref.com/en/stathead/player_comparison.cgi?request=1&sum=0&comp_type=by_type&dom_lg=1&spec_comps=big_5&player_id1=9f8e9423&p1yrfrom=2020-2021&player_id2=d8931174&p2yrfrom=2020-2021&player_id3=f5deef4c&p3yrfrom=2020-2021

https://www.whoscored.com/PlayerComparison

https://www.transfermarkt.com/raphael-varane/profil/spieler/164770

https://thefootballfaithful.com/player-analysis-what-raphael-varane-would-bring-to-manchester-united/

https://www.skysports.com/football/news/11095/12354361/raphael-varane-man-utd-given-permission-to-discuss-personal-terms-ahead-of-potential-move-from-real-madrid



ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com