คืนนี้ 19.30 น. จะเป็นเกมแรกอย่างเป็นทางการของ เจสซีย์ มาร์ช (48 ปี) ผู้จัดการทีมคนใหม่ของ ลีดส์ ยูไนเต็ด กับการคุมทีมในพรีเมียร์ ลีก เป็นเกมแรกของเขา หลังจากเข้ามารับงานในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมี เลสเตอร์ ซิตี้ คือคู่แข่งรายแรกของกุนซือหนุ่มจากมิลล์วอล์คกี้ ในรัฐวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา

อเมริกา กับ ฟุตบอล เป็นสิ่งที่ในยุโรปยังคงมีคำถามอยู่ไม่น้อย และหลายคนไม่คิดว่า อเมริกา จะไปรอดในวงการฟุตบอลเสียด้วยซ้ำ ย้อนกลับไปในปี 1994 ฟุตบอลโลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นักเตะทีมชาติสหรัฐอเมริกา หลายคนลงเล่นมาจากการคัดเลือกโดยทีมจากระดับมหาวิทยาลัยเป็นหลัก จนกระทั่งเมื่อจบฟุตบอลโลกครั้งนั้น ฟุตบอลของอเมริกา จึงเริ่มมีการก่อตั้ง เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ (MLS) ขึ้นมาโดยเริ่มกันมาในปี 1996 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้ก็มีถึง 28 ทีม แบ่งเป็นสองสายแบบตะวันออก และตะวันตก มีการเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ หากแชมป์ที่แท้จริงกันต่อไป เป็นหนึ่งในชาติที่ระบบลีกมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลาที่กำลังเข้าสู่สามทศวรรษที่ผ่านมา “อเมริกันชน” เข้ามาสู่วงการฟุตบอลอังกฤษในฐานะนักเตะก็มีหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น เคลาดิโอ เรย์น่า, โจ แม็กซ์ มัวร์, แลนดอน โดโนแวน, ไบรอัน แมคไบรด์, คาร์ลอส โบคาเนกร้า และในรุ่นปัจจุบันอย่าง คริสเตียน พูลิซิซ สตาร์เบอร์หนึ่งของอเมริกาก็ลงเล่นกับ เชลซี แต่สำหรับในวงการโค้ชถือว่าน้อยมาก

เจสซีย์ มาร์ช กลายเป็นผู้จัดการชาวสหรัฐอเมริกาคนที่สามในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ ลีก ต่อจาก บ็อบ แบรดลีย์ (สวอนซี ซิตี้) และ ดาวิด ว๊ากเนอร์ (ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์) และ มาร์ช กำลังจะได้โอกาสของตัวเอง 

หมายเหตุ : ดาวิด ว๊ากเนอร์ ระบุว่าตัวเขาเองเป็นคนเยอรมัน แม้ว่าตนเองจะเล่นให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกามาก่อนก็ตาม โดยพ่อและแม่ของเขาแต่งงานกันในอเมริกา และทำให้เขามีสิทธิ์ลงเล่นกับสหรัฐอเมริกา

ผู้จัดการวัย 48 ปีย้อนไปในวันแรกของการเกิดเมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ เขาคือหนึ่งในกองกลางของ ดี.ซี. ยูไนเต็ดด้วย ก่อนที่จะโลดแล่นในวงการฟุตบอลมาตลอดจนถึงวันสุดท้ายการเล่นฟุตบอลอาชีพเมื่อปี 2009 และก้าวมาสู่งานด้านโค้ชทันที ในฐานะของผู้ช่วยโค้ชของ บ๊อบ แบรดลีย์ ในช่วงปี 2010 ก่อนจะก้าวมาสู่งานผู้จัดการทีมเต็มตัว ทั้ง มอนทรีอัล อิมแพคส์ (แคนาดา แต่เล่นใน เมเจอร์ ลีก สหรัฐอเมริกา), นิวยอร์ค เร้ด บูลส์ (สหรัฐอเมริกา), เร้ด บูลล์ ซัลบวร์ก (ออสเตรีย), อาร์เบ ไลป์ซิค (เยอรมัน) และล่าสุดกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)

มาร์ช ยอมรับว่าเขาต้องเจอกับ “กำแพง” ในเรื่องของอคติ และความสงสัยของการทำงานด้านโค้ชฟุตบอลของเขาในฐานะของชาวอเมริกันอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาผลงานของรุ่นพี่ทั้งสองคนก็ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก โดยเฉพาะ บ๊อบ แบรดลีย์ ที่อยู่กับทีมได้เพียงสามเดือนเท่านั้น ก็โดนปลดจากตำแหน่งทันที และในประเทศของคนที่เกิดมาก็รู้จัก ฟุตบอลในฐานะของ อเมริกันฟุตบอล และฟุตบอล คือ ซอคเกอร์ แถมยังเพิ่งมีลีกอาชีพมาเพียงไม่ถึง 30 ปีเต็ม จะมารับงานในลีกสูงสุดของอังกฤษได้อย่างไร ยิ่งกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่กำลังต้องการเอาตัวให้รอดในพรีเมียร์ ลีก ในช่วง 10 กว่าเกมที่เหลือของฤดูกาล

“ผมคิดว่า เท็ด ลาซโซ่ คงไม่ช่วยอะไรผมได้หรอก แน่นอนมันยากที่คนจะมาเชื่อว่าคนอเมริกันจะมารักฟุตบอลเหมือนในยุโรป มันก็จริง และผมก็ต้องพิสูจน์ให้พวกเขาเห็น ดังนั้นผมจึงต้องมาทำงานในยุโรป” มาร์ช กล่าวถึงซีรีส์ดังที่เกี่ยวกับโค้ชอเมริกันฟุตบอล มารับงานโค้ชในอังกฤษ ที่เขากำลังเผชิญในโลกจริงของวงการฟุตบอล

ข่าวการดึง มาร์ช มาร่วมงานกันที่ ลีดส์ มีมาก่อนหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงประมาณ 2-3 สัปดาห์แล้ว มาร์ช ผู้ซึ่งว่างงานหลังจากผลงานกับ อาร์ไบ ไลป์ซิค ไม่เป็นไปตามที่หวังสำหรับทีมกระทิงแดงแห่งเยอรมัน ท่ามกลางข่าวการปลด บิเอลซ่า ออกจากทีมที่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นจริงจากผลงานที่สองเกมสุดท้ายของโค้ชอาร์เจนไตน์ แพ้สองเกมติดต่อไปในแบบได้ 0 เสีย 10 ประตู และ ลีดส์ เลือก มาร์ช เข้ามาคุมทีมด้วยเหตุผลในเรื่องของแนวคิดด้านฟุตบอลที่เป็นฟุตบอลในเชิงรุก ที่มีความคล้ายกับฟุตบอลของ บิเอลซ่า แต่แน่นอนว่าต้องมีความแตกต่างในเรื่องของรายละเอียดเรื่อในสนาม

“ฟุตบอลเกมรุก บอลใจสู้ วิ่งไล่ล่าหาคู่แข่งอย่างบ้าคลั่ง และถอยหลังเป็นล้ม” เป็นรูปแบบทรงบอลของลีดส์ ยูไนเต็ดยุคของ บิเอลซ่า มันเป็นฟุตบอลที่สนุก เร้าใจ แต่ก็พร้อมที่จะพังทันที ถ้าพวกเขาเกมรุกมีปัญหา เพราะเกมรับก็พร้อมเสียได้ตลอดเวลา ยิ่งในฤดูกาลที่พวกเขาเสียหายหนักจากการขาดหายไปของตัวหลักหลายคนด้วยอาการบาดเจ็บ ความเฉียบคม และความเหนียวแน่น ลดลง ผลการแข่งขันที่ต้องการก็ยิ่งเกิดขึ้นได้ยาก และการเข้ามาของ มาร์ช คือฟุตบอลในแบบเดิม แต่เพิ่มเติมคือความเหนียวแน่น เพื่อผลการแข่งขันที่ต้องการ นั่นคือเป้าหมาย

ลีดส์ ยูไนเต็ด ในมุมมองของมาร์ช ในวันแรกที่เข้ามาคุมทีมคือ พวกเขากำลังอยู่ในภาวะสับสนบนความไม่แน่นอน บิเอลซ่า คุมทีมนี้มา 4 ปี ทำให้ “ยูงทอง” กลับมาเล่นในพรีเมียร์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี “เอล โลโค่” แทบไม่ต่างจากผู้มีพระคุณของสโมสร และชาวเมืองลีดส์ ที่รอคอยการกลับมาสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง แต่ ณ เวลานี้ บิเอลซ่า จากไปแล้ว สโมสรยังคงอยู่ และ มาร์ช เข้ามาเพื่อให้ทีมเดินหน้าต่อไปให้รอดในพรีเมียร์ ลีก ช่วงที่เหลือ

“ผมคิดว่าเราต้องจัดการว่าสิ่งใดที่เราทำได้ดีอยู่แล้ว เราจะทำต่อไป ทีมอยู่ในช่วงของการอำลาโค้ชคนเดิมที่อยู่กันมานานผมทราบดีในเรื่องนี้ แต่ผมเข้ามา ผมก็ไม่ต้องการเป็น บิเอลซ่า คนใหม่ ผมคือผม ผมมีแนวคิดที่แตกต่างออกไป และผมเป็นตัวของผมเอง ผมเข้ามาที่นี่พร้อมกับมีหลายล้านสิ่งที่ผมอยากนำไปใช้ แต่สุดท้ายแล้วสำคัญที่สุดคือ ทำในเรื่องง่ายที่สุดในชัดเจนที่สุดก่อน“เรามีการพูดคุยกันเยอะมากในวันแรก ลงซ้อมไปด้วย เรียนรู้และทำความเข้าใจในสิ่งที่ผมต้องการ อย่าสงสัยในความสามารถของตนเอง เป้าหมายของผมแรกสุดคือ ผมอยากเห็นทีมแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาว่าตัวเองดีแค่ไหน” ระบบการเล่นแบบ แมน-มาร์คกิ้ง จะไม่มีอีกต่อไป ระบบการยืนแบบโซน จะถูกนำเข้ามาใช้เพื่อทดลองเพื่อเป้าหมายเพื่อผลการแข่งขันที่ดีขึ้น เราต้องหยุดไม่ให้เรือลำนี้จมลงไปมากกว่านี้ เหมือนที่มันจมมาตลอดในเดือนที่แล้ว ผมต้องการทำให้มันชัดเจนในเรื่องของแท็กติกการเล่น อาจจะไม่ได้ลงลึกในทุกรายละเอียดในทันที แต่ต้องมีบางสิ่งที่ทุกคนในทีมต้องทำให้ได้โดยเร็ว สิ่งที่ผมพอใจมากคือการทำงานของผม บางทีมที่เคยทำงานมา 6 เดือนยังไม่สามารถทำได้แบบทีมนี้ทำได้ในสองวัน มันเป็นสัญญาณที่ดีมาก หลายทีมเมื่อเจอกับเรา พวกเขามีแผนการเล่นกับเราและมันได้ผลดี นั่นหมายความว่าอะไร หมายความว่า เราไม่ได้ต้องการเล่นเกมรับดีขึ้นให้ได้เท่านั้น แต่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับ แท็คติกการเล่นที่นำเข้ามาใช้ในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าในสนามให้เกิดขึ้นอย่างได้ผลมันคืออะไร”

มาร์ช เลือกทีมงานของเขาเรียบร้อยแล้วเป็นทีมงานชุดแรกที่จะอยู่กับทีมจนถึงจบฤดูกาลนี้เป็นอย่างน้อย แน่นอนเขาเลือก “ผสม” ระหว่างคนที่เคยทำงานด้วยกันมาก่อน และคนที่อยู่กับสโมสรมาก่อนรวมกันเพื่อเป้าหมายร่วมกันใน 12 เกมสุดท้ายของฤดูกาลนี้

ฟรานซ์ ชวีเมอร์ เข้ามาเป็นทีมงานจากการที่เคยทำงานเป็นผู้ช่วยโค้ชของ มาร์ช สมัยทำงานกับ เร้ดบูลล์ ซัลบวร์กมาก่อน คาเมรอน โตแช็ค ที่ย้ายมาจากสวอนซี ซิตี้ และ มาร์ค แจ็คสัน ซึ่งเป็นโค้ชของทีมอายต่ำกว่า 23 ปีของลีดส์ ก้าวมาทำงานในทีมชุดใหญ่ด้วยกัน

ลีดส์ ยูไนเต็ด เลือกที่จะเสี่ยงครั้งใหญ่อีกครั้ง เช่นเดียวกับ เจสซีย์ มาร์ช ที่ได้ตัว “โอกาสครั้งที่สอง” กับสังเวียนใหญ่ระดับท็อป 5 ของลีกยุโรป ที่เขาล้มเหลวไปแล้วกับ อาร์เบ ไลป์ซิก และมาวันนี้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในสถานการณ์ที่กดดันไม่น้อยไปกว่ากัน เมื่อ “เวลา” และ “สถานการณ์” ของทีมไม่อาจจะให้เขาลองผิดลองถูกได้มากนัก ในทุกการแข่งขันที่เหลือต่อจากนี้

บทพิสูจน์สำคัญสำหรับเขาที่รู้จักกับ “ซอคเกอร์” มาก่อนคำว่า “ฟุตบอล” จะสามารถทำให้คนที่รู้จักแต่คำว่า “ฟุตบอล” มาตั้งแต่เกิด ยอมรับในความสามารถได้หรือไม่ เริ่มต้นกันที่คืนนี้กันแล้ว

ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com
https://www.90min.com/th/posts/jessie-march-leeds-united-made-in-usa